กลไกการตั้งรับปรับพฤติกรรมภายใต้ความเคลื่อนไหวสภาพอากาศ

ถึงเมืองไทย ได้มีแผนในการแม่บทต่อความเคลื่อนไหวลักษณะของอากาศ (2555-2593) ซึ่งรวมทั้งที่มีความสำคัญในการรบการตั้งรับปรับพฤติกรรมต่อความเคลื่อนไหวลักษณะภูมิอากาศ โดยย้ำการลดจำนวนก๊าสสภาวะเรือนกระจก แล้วก็ผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำ โดยวิถีเศรษฐกิจพอเพียง แต่ว่าสำหรับเพื่อการปฏิบัติก็ยังควรจะมีแผนการรวมทั้งที่มีความสำคัญในการรบที่กระจ่างแจ้งในทุกภาคส่วน ซึ่งรวมทั้งภาคป่าดงกับการปรับตัวต่อความเคลื่อนไหวสภาพอากาศ แต่ว่าสำหรับระดับเขตแดนนั้น ชุมชนจำต้องพบเจอกับผลพวงจากความเคลื่อนไหวลักษณะภูมิอากาศตลอดมา ซึ่งในภาคต่างจังหวัดนั้น ป่าชุมชนได้รับการยินยอมรับว่าเป็นกลไกที่สำคัญและก็มีส่วนสำหรับเพื่อการตั้งรับปรับพฤติกรรมต่อความเคลื่อนไหวลักษณะภูมิอากาศ

ป่าชุมชนสามารถช่วยแล้วก็มีส่วนร่วมสำหรับการระบุที่มีความสำคัญในการรบสำหรับการปรับนิสัยของชุมชนภายใต้ความเคลื่อนไหวลักษณะภูมิอากาศ ดังเช่นว่าป่าชุมชนช่วยรวมทั้งมีส่วนสำหรับการลดการเสี่ยงของชุมชนอันมีสาเหตุมาจากหายนะซึ่งได้ผลกระทบที่เกิดขึ้นมาจากความเคลื่อนไหวลักษณะภูมิอากาศ อาทิเช่น การกัดเซาะ การชำรุดทลายของหน้าสมุทร และก็การชลอการพังทลายของหน้าดินในพื้นที่สูง อันเป็นผลมาจากฝนตกหนัก ยิ่งกว่านั้น ในชุมชนที่มีการจัดแจงป่าชุมชน ชุมชนยังสามารถเข้าไปเก็บหาผลิตผลจากป่า ทั้งยังของกิน และก็สมุนไพร เพื่อการเลี้ยงชีพ แล้วก็เป็นการเพิ่มรายได้ ซึ่งนอกจากรายได้จากภาคเกษตรหรือเหตุการณ์ภัยแล้ง หรืออาจพูดได้ว่าป่าชุมชน เป็นกลไกสำคัญสำหรับการสร้างมั่นคงทางของกิน ในด้านของการจัดการ ป่าชุมชนเป็นขั้นตอนสำหรับการสร้างความแข็งแกร่งสถาบันชุมชน เพื่อการเสริมสร้างประสิทธิภาพ รวมทั้งเพิ่มทุนทางด้านสังคมได้อย่างมีคุณภาพสำหรับในการจัดการกับความเคลื่อนไหวสภาพอากาศ

นอกเหนือจากนั้นยังพบว่าป่าชุมชนที่ชุมชนมีการจัดแจงโดยใช้ภูมิปัญญาพื้นเมืองเป็นฐานนั้น ได้มีการประสบการณ์รวมทั้งขั้นตอนการสำหรับการปรับพฤติกรรมต่อความเคลื่อนไหวสภาพอากาศอย่างดีเยี่ยม อีกทั้งในด้านการดำรงอยู่ แนวทางการทำมาหารับประทาน แล้วก็การจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้ยั่งยื่น อาทิเช่น การปรับต้นแบบการกสิกรรม รวมทั้งระบบวนเกษตร การจัดโซนแล้วก็จำพวกสำหรับเพื่อการเพาะปลูก และก็การค้นหากรรมวิธีการใหม่ๆสำหรับในการต่อสู้รวมทั้งปรับพฤติกรรมต่อผลพวงอันมีต้นเหตุจากความเคลื่อนไหวลักษณะของอากาศ